รายละเอียด:
ท่านเจ้าของรถ Mitsubishi Pajero Sport เครื่องยนต์เบนซิน 2.4ลิตร คันนี้ท่านเป็นอาจารย์ ด๊อกเตอร์ สอนในมหาวิทยาลัยบูรพาครับ ท่านโทรมานัดหมายผมล่วงหน้าพร้อมโอนเงินเสร็จเรียบร้อย เนื่องจากคนที่ท่านรู้จักเป็นลูกค้าเก่าของ KAG เคยนำ Toyota Fortuner มาติดแก๊สกับเรา ท่านแนะนำให้มาติดที่เรา ขอบพระคุณมากครับ ท่านขับรถจากชลบุรีมาในตอนเช้า เราติดแก๊สเสร็จในตอนเย็นก็ขับรถกลับได้ทันที
สำหรับ Mitsubishi Pajero Sport คันนี้ เคยเป็นตัวเลือก 1ใน3 คัน ตอนที่ผมกำลังจะออกรถคันใหม่ นอกจาก Toyota Fortuner และ Honda CRV G3 เมื่อปี2010 แต่เมื่อปีที่แล้ว Mitsubishi Pajero Sport จะมีแต่เครื่องยนตดีเซล 2.5ลิตร เท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นตัวเลือกที่ผมตัดออกไป เนื่องจากผมต้องการรถเครื่องยนต์เบนซิน เพื่อจะนำมาติดแก๊สครับ โดยตอนนั้น ผมก็สงสัยว่า ทำไมทาง Mitsubishi ไม่นำเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4ลิตร ที่วางใน Mitsubishi Triton มาวางใน Mitsubishi Pajero ซึ่งจะได้ขายให้กับคนที่ต้องการติดแก๊สได้อีกเยอะ ก็เลยกลายเป็นว่า ช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา คนที่ต้องการออกรถแนว Suv หรือ PPV เพื่อจะนำมาติดแก๊ส ก็ไปออก Toyota Fortuner หรือ CRV G3กันไปแทน
และในที่สุด ปลายปี 2011 (ไม่รู้สายไปหรือเปล่า) ตามที่ผมเคยคิดเอาไว้ Mitsubishi คงจะเห็นด้วยกับความคิดของผม จึงเอาเครื่องเบนซิน2.4 มาวางใน Pajero Sport แล้วนำออกจำหน่าย ในราคา 9แสนกว่าๆ กะว่าจะแย่งส่วนแบ่งตลาดรถ Suv , PPV ติดแก๊สมาจาก Toyota กับ Honda บ้าง อย่างน้อยลูกค้าของ Kag ของเราท่านนี้ก็ตัดสินใจถอยป้ายแดงออกมาท้นที แล้วนัดหมายติดแก๊สกับผมตั้งแต่รถวิ่งไปแค่ 500กม.เท่านั้น
เมื่อผมพิจารณา Mitsubishi Pajero Sport โดยเปรียบเทียบมวยกันหมัดต่อหมัด กับ Toyota Fortuner ในมุมมองของรถที่จะนำมาติดแก๊ส จะได้ข้อสรุปอย่างนี้นะครับ
1. เครื่องยนต์ 2.4ลิตร 128แรงม้า ของ Mitusibhi Pajero Sport เมื่อเทียบกับ เครื่องยนต 2.7ลิตร VVTi 166แรงม้า ของ Toyota Fortuner ด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดครับ เมื่อผมลองขับขี่ Mitsubishi Pajero Sport พบว่ารถค่อนข้าง"อืด"อย่างเห็นได้ชัด อันเนื่องมาจาก รถกำลังแรงม้าค่อนข้างให้มาน้อย เมื่อเทียบกับ Body ขนาดใหญ่ของรถ อันนี้ Toyota Fortuner ได้คะแนน ชนะขาดลอยครับ
2. อัตราความประหยัด ผมไม่มองว่า เครื่องยนต์ 2.4ลิตร ของ Mitsubishi Pajero Sport จะให้อัตราความประหยัดมากกว่า เครื่อง 2.7ลิตร ของ Toyoa Fortuner เพราะแม้ว่าดูเผินๆ ความจุกระบอกสูบน้อยกว่า น่าจะกินน้ำมันน้อยกว่า แต่มันเหมือน เอาเครื่องยนต์ตัวเล็กไปใส่ในรถที่มีน้ำหนักมาก มันก็จะต้องออกแรงมากขึ้น ถ้าเทียบอัตราการกิน ไม่น่าจะห่างกันครับ เผลอๆ เครื่องยนต์ที่มีขนาดไม่สมดุลกับน้ำหนักบรรทุก จะกินเชื้อเพลิงมากกว่าเสียด้วยซ้ำครับ
3. ราคา และความคุ้มค่า ผมมองว่า รถ Mitsubishi Pajero Sport เครื่องเบนซิน 2.4ลิตร ทำราคาออกมา 9แสนกว่าบาทไม่ถึงล้าน เมื่อเทียบกับ Toyota Fortuner เบนซิน 2.7 ที่ราคาแตก 1.2ล้านบาท ก็ได้อย่างเสียอย่างกันไปครับ ราคาดูต่างกันเกือบ 3แสนบาทก็จริง แต่ตัว Mitsubishi Pajero Sport ให้เป็นเกียร์ธรรมดามาครับ ถ้าจะใส่เป็นเกียร์ออโต้มา ทาง Mitsubishi จะต้องบวกราคาเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยเกือบๆแสน ซึ่งจะทำให้รถคันนี้ราคาไปแตกที่ 1ล้านบาทอย่างแน่นอน ผมมองว่าเป็น"กลยุทธ"ของทาง Mitsubishi ที่ต้องการ"กดราคา"ให้ Mitsubishi Pajero Sport เครื่องเบนซินตัวนี้ ราคาไม่ถึงล้านบาท แต่ในมุมมองของคนใช้งาน ผมว่าเกียร์ธรรมดาไม่เป็นที่นิยมเท่าเกียร์ออโต้ครับ แม้กระทั่งลูกค้าของ Kag คันนี้ก็ยังอยากได้เกียร์ออโต้มากกว่า ส่วนฟังชั่นการใช้งานอื่นๆ เท่าที่ผมดูคร่าวๆ ไม่ค่อยมีข้อแตกต่างอย่างอื่นที่น่าสนใจนัก ผมคงจะพูดข้ามเรื่องความสวยงาม หน้าตารูปร่าง เพราะเป็นเรื่องความชอบของแต่ละคน ส่วนเรื่องสมรรถนะ ช่วงล่างเห็นมีคนบอกว่า Mitsubishi Pajero Sport ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลมากกว่า Toyota Fortuner ครับ ส่วนฟังชั่น องค์ประกอบต่างๆที่ขาดหายไปเท่าที่ผมสังเกตก็คือ ไม่มีส่วนคานบนหลังคาที่เอาไว้วางแร๊คหลังคาเพื่อขนของครับ น่าจะเกิดจากความต้องการลดต้นทุนให้มากที่สุดตามกลยุทธราคาครับ
ผมมองว่า ราคาที่ต่างกันถึง 3แสนบาท ระหว่าง Mitsubishi Pajero Sport และ Toyota Fortuner ก็ค่อนข้างสาเหตุสมผลในตัวมันครับ ไม่มีเกียร์ออโต้ ชื่อชั้น ราคาขายต่อ อะไหล่ ศูนย์บริการ ฯลฯ
4. ทรรศนะของผม เมื่อมองมุมของการติดแก๊ส จากการติดแก๊สในรถ Mitsubishi Pajero Sport คันนี้ ผมมองว่าไม่แตกต่างกับการติดแก๊สใน Mitsubishi Triton 2.4Plus คันก่อนๆครับ เครื่องยนต์ตัวนี้ติดแก๊สได้ค่อนข้างง่าย ไม่มีปัญหาจุกจิก ติดได้ดีทุกคันครับ พื้นที่ว่างใต้ฝากระโปรงไม่แออัด ทำให้การติดตั้งหม้อต้มแก๊ส และการเดินท่อน้ำ ท่อแก๊สต่างๆทำได้อย่างสะดวกสบายครับ
ตำแหน่งของการวางถังแก๊ส ผมมองว่า Mitsubishi Pajero Sport ค่อนข้างถูกบังคับให้ติดถังได้เฉพาะตำแหน่งใต้ท้องเท่านั้นครับ การวางถังแคปซูลในห้องโดยสาร หลังเบาะแถว3 ทำได้ยาก และไม่เหมาะสม เนื่องจากตำแหน่งนั้น จะมีพวกช่องเปิดปิด ใส่ของ และมีไว้สำหรับให้พับเบาะแถว3 (ลักษณะคล้ายกับ Mitsubishi Space Wagon) ถ้าจะติดถังตำแหน่งนี้ต้องรื้อพวกช่องต่างๆ เสียของ เสียรถครับ ซึ่งถ้าใน Toyota Fortuner จะมีพื้นที่ใส่ถังแคปซูลขนาด 64ลิตรหลังเบาะแถว 3นี้สบายๆกว่าครับ (ดูรีวิวรถที่ผมเคยติดไปได้ครับ)
ในตำแหน่งใต้ท้อง แทนยางอะไหล่ ผมดูว่า Mitsubishi Pajero Sport เหมาะสมมากกับการติดเป็นถังโดนัทขนาด 71ลิตรมาก เนื่องจาก ไม่ต้องเจาะรถเลย เพราะจะมีรูเดิมที่เป็นของโซ่ที่ไว้ยึดยางอะไหล่เดิม ช่างแค่ถอดยางอะไหล่ เอาชุดโซ่นี้เก็บออกมา ก็สามารถใส่แกนยึดถังจากตำแหน่งรูนี้ได้เลยครับ
พื้นที่ใต้ท้องรถในตำแหน่งแทนยางอะไหล่ของ Mitsubishi Pajero Sport มีพื้นที่เหลือเฟือครับ ไม่ต้องตัดท่อ ตัดคานใดๆทั้งสิ้น เมื่อเรายึดถังเข้าไปแล้ว ก็สามารถจะตรวจผ่านวิศวะได้ไม่มีปัญหาใดๆ เช่นเดียวกับ Toyota Fortuner ครับ
เท่าที่ทดสอบหลังการติดตั้ง เครื่องยนต์ให้การตอบสนองต่อเชื้อเพลิง LPG ได้ดีมาก ไม่รู้สึกแตกต่างจากการใช้น้ำมันเลยครับ ช่างก็ค่อนข้างชื่นชอบกับผลงานการติตดั้งแก๊ส ใน Mitsubishi Pajero Sport เครื่องเบนซินคันนี้ครับ
ที่KAG จะติดแก๊สเพียงวันละ 1-2คันเท่านั้นเพื่อควบคุมคุณภาพของงานติดตั้ง ซึ่งรถทุกคันจะเป็นระบบนัดหมายล่วงหน้า
เมื่อนัดหมายแล้วนำรถมาส่งเช้า จะเสร็จภายในตอนเย็น ใช้เวลา1วันเต็ม
รับบัตรเครดิต Visa Master (มีชาร์จ 3%) ผ่อนผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทยเท่านั้น ดอกเบี้ย0.8% 3-10เดือน
คลิ๊กดูรีวิวรถติดแก๊สคันอื่นๆ แล้วเลือกยี่ห้อรถได้ตามLinkนี้ครับ
คลิ๊กอ่านบทความเกี่ยวกับการติดแก๊สได้ตามLinkนี้ครับ
ออกไปยังหน้าหลักของเว็บไซต์รถติดแก๊สเพื่อดูแผนที่คลิ๊กที่นี่